«

ธ.ค. 07

ผลประเมิน PISA ปี 2012

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการแถลงข่าวผลการประเมินโครงการประเมินนักเรียนนานาชาติ Programme for International Student Assessment : PISA ประจำปี 2012 ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ประกาศนโยบายให้ผลการจัดอันดับการศึกษาไทย ผลการประเมิน PISA ของไทยให้ดีขึ้น และให้เป็นส่วนหนึ่งของการรวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษา เนื่องจากเห็นว่าการประเมินของ PISA ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ การรู้เรื่องการอ่าน และการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ เป็นการประเมินที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้

โดย ศธ.จะศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบผลการประเมิน PISA ปี 2012 ทั้งภายในประเทศ เป็นรายกลุ่มโรงเรียนและรายวิชา เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจผลการจัดการศึกษาของประเทศ รวมทั้งเปรียบเทียบกับประเทศอื่นด้วย ซึ่งคณะกรรมการขับเคลื่อนการเลื่อนอันดับ PISA จะได้มีการหารือและจัดทำกลไก กระบวนการ แผนปฏิบัติการขึ้นมารองรับการทำงานอย่างต่อเนื่องจริงจังทั้งระบบ เพื่อยกระดับผลการประเมินให้ดีขึ้น รวมทั้งกำหนดอันดับในการประเมิน PISA ครั้งต่อไป (ปี 2558) ว่าควรจะอยู่ในอันดับที่เท่าใด ซึ่งทั้งหมดนี้จะไม่กำหนดจากเจตนารมณ์ด้านนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่จะอาศัยพื้นฐานทางด้านวิชาการและข้อเท็จจริงมาประกอบ โดยคาดว่าจะจัดกลไกและกระบวนการขึ้นมารองรับได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ จากนั้นจะเผยแพร่และรณรงค์อย่างกว้างขวางต่อไป

ทั้งนี้ ผลการประเมิน PISA ในปี 2012 ซึ่งประกาศและเผยแพร่ผล เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2556 ตามเวลาในประเทศไทย โดยประเมินจากนักเรียนกลุ่มตัวอย่างอายุ 15 ปี จำนวน 510,000 คน จาก 65 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มตัวอย่างของนักเรียนไทย 6,606 คน จาก 239 โรงเรียนทุกสังกัด สรุปดังนี้

ผลการประเมินภาพรวม

ประเทศ/เขตเศรษฐกิจในเอเชีย ได้แก่ เซี่ยงไฮ้-จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง-จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และมาเก๊า-จีน มีผลการประเมินทั้ง 3 วิชา อยู่ในกลุ่มบนสุด ประเทศตะวันตก ที่มีผลการประเมินอยู่ในกลุ่มบนสุดทุกวิชาหรือบางวิชา ได้แก่ ฟินแลนด์และโปแลนด์ มีคะแนนการอ่านและวิทยาศาสตร์อยู่ในกลุ่มบนสุด, ลิกเตนสไตน์ สวิตเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ มีคะแนนคณิตศาสตร์อยู่ในกลุ่มบนสุด, รวมทั้งเอสโตเนีย เวียดนาม และแคนาดา มีคะแนนวิทยาศาสตร์อยู่ในกลุ่มบนสุด ใน 10 อันดับแรก เป็นประเทศ/เขตเศรษฐกิจในเอเชีย 7 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ รวมทั้งเวียดนามที่เพิ่งเข้าร่วมโครงการในปีนี้เป็นครั้งแรกด้วย

สำหรับประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ทั้ง 3 วิชา ซึ่งลำดับการประเมินของไทย ยังคงอยู่ในอันดับที่ 50

ผลการประเมินรายวิชา

1. การรู้เรื่องคณิตศาสตร์

ค่าเฉลี่ย OECD ของคณิตศาสตร์ ในปี 2012  ใช้คะแนนมาตรฐานที่ 494 คะแนน โดยมี 10 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีคะแนนสูงสุด ได้แก่ เซี่ยงไฮ้-จีน 613 คะแนน สิงคโปร์ 573 คะแนน ฮ่องกง-จีน 561 คะแนน จีนไทเป 560 คะแนน เกาหลี 554 คะแนน มาเก๊า-จีน 538 คะแนน ญี่ปุ่น 536 คะแนน ลิกเตนสไตน์ 535 คะแนน สวิตเซอร์แลนด์ 531 คะแนน และเนเธอร์แลนด์ 523 คะแนนสำหรับประเทศไทย มีคะแนนเฉลี่ย 427 คะแนน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD เกือบถึงหนึ่งระดับ และอยู่ในกลุ่มเดียวกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คาซัคสถาน ชิลี และมาเลเซีย ทั้งนี้มีประเทศในเอเชียที่มีคะแนนต่ำกว่าไทยเพียงประเทศเดียว คือ อินโดนีเซีย  อย่างไรก็ตาม แนวโน้มคณิตศาสตร์นักเรียนไทย เมื่อเทียบกับการประเมินคณิตศาสตร์ที่เป็นวิชาหลักใน PISA 2003-2009 พบว่า มีแนวโน้มสูงขึ้น แต่มีแนวโน้มลดต่ำลงเมื่อเทียบกับ PISA 2000 ซึ่งเป็นการประเมินครั้งแรก

2. การรู้เรื่องการอ่าน 

ค่าเฉลี่ย OECD ของการอ่าน ในปี 2012 โดยมี 10 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีคะแนนสูงสุด ได้แก่ เซี่ยงไฮ้-จีน 570 คะแนน ฮ่องกง-จีน 545 คะแนน สิงคโปร์ 542 คะแนน ญี่ปุ่น 538 คะแนน เกาหลี 536 คะแนน ฟินแลนด์ 524 คะแนน ไอร์แลนด์,จีนไทเป,แคนาดา 523 คะแนน และโปแลนด์ 518 คะแนน

สำหรับประเทศไทย มีคะแนนเฉลี่ยการอ่าน 441 คะแนน มีสัญญาณทางบวกที่ชี้ว่า การอ่านของนักเรียนไทยหยุดตกต่ำลง นับจาก PISA 2009 นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ยังมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD เกือบหนึ่งระดับ ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับเซอร์เบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชิลี คอสตาริกา โรมาเนีย และบัลแกเรีย  ทั้งนี้ แนวโน้มการอ่านของนักเรียนไทยต่างกลุ่มโรงเรียน พบว่า นักเรียนจากกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยและกลุ่มโรงเรียนสาธิต มีคะแนนการอ่านสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD  ส่วนโรงเรียนอื่นๆ มีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ทั้งหมด

3. การรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ 

ค่าเฉลี่ย OECD ของวิทยาศาสตร์ในปี 2012  โดยมี 10 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีคะแนนสูงสุด ได้แก่ เซี่ยงไฮ้-จีน 580 คะแนน ฮ่องกง-จีน 555 คะแนน สิงคโปร์ 551 คะแนน ญี่ปุ่น 547 คะแนน ฟินแลนด์ 545 คะแนน เอสโตเนีย 541 คะแนน เกาหลี 538 คะแนน เวียดนาม 528 คะแนน โปแลนด์ 526 และแคนาดาและลิกเตนสไตน์ 525 คะแนน ทั้งนี้ใน 10 อันดับแรกเป็นประเทศ/เขตเศรษฐกิจจากเอเชีย 6 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ

สำหรับประเทศไทย มีคะแนนเฉลี่ยวิทยาศาสตร์ 444 คะแนน ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับ PISA 2009 (425 คะแนน) และPISA 2000 (436 คะแนน) แต่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD มากกว่าครึ่งระดับ

 

ข้อสรุปและนัยทางการศึกษาในระดับนานาชาติ ของ สสวท.

ผลการประเมิน PISA 2012 พบว่า คุณภาพการศึกษาไทยยังห่างไกลจากความเป็นเลิศเมื่อเทียบกับประเทศเอเชียตะวันออก แต่ความตกต่ำได้หยุดลงและการยกระดับได้เริ่มปรากฏใน PISA2009 และเพิ่มสูงขึ้นในวิชาการอ่านและวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจนใน PISA 2012

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา ทำให้เกิดแปรปรวนทั้งระบบและต้องใช้เวลานานในการปรับตัว ดังนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระบบ ควรมีการพิจารณาทบทวนผลกระทบที่จะทำให้เกิดความตกต่ำดังเช่นรอบที่ผ่านมา และการเปลี่ยนแปลงนั้นควรอยู่บนฐานของข้อมูลมากกว่าความคิดเห็น

ระบบการศึกษาต้องสร้างความเท่าเทียมกันทางการศึกษา ทั้งโอกาสการเข้าโรงเรียนและคุณภาพการเรียนรู้

ควรพัฒนาทักษะด้านการอ่านของนักเรียนทั้งกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำ  เพราะทักษะทางภาษามีค่าสหสัมพันธ์สูงมากกับวิชาคณิตศาสตร์และใกล้เคียงกับวิชาวิทยาศาสตร์ เมื่อคุณภาพการอ่านต่ำ ทำให้วิชาอื่นมีคะแนนต่ำไปด้วย

ควรใช้ระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนกลุ่มคะแนนสูงเป็นตัวแบบ และศึกษารายละเอียดกรณีนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาส (สพฐ.1) มีคะแนนการประเมิน PISA 2012 สูงขึ้นมาก เพื่อใช้เป็นตัวแบบในการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้วย

ระบบการศึกษาไทยดีอยู่แล้ว แต่กระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะพื้นที่เท่านั้น หากระดับนโยบายสามารถขยายระบบการศึกษาที่ดีไปสู่โรงเรียนทั่วประเทศ โรงเรียนในชนบท ไปสู่นักเรียนและโรงเรียนที่มีสถานะเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมต่ำ ก็จะทำให้ประเทศไทยมีผลการประเมินเทียมบ่าเทียมไหล่กับนานาชาติ

 

ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 418/2556

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

Powered by Facebook Like Button plugin for WordPress
Get Adobe Flash player