«

»

ธ.ค. 07

8 ยุทธศาสตร์ยกระดับภาษาอังกฤษคนไทย

วันนี้(21 ต.ค.) ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดร.กมล  รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของศธ. ที่มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศธ.เป็นประธาน  ได้มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)เสนอ ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ.2556-2561 ใน 8 ยุทธศาสตร์หลัก ประกอบด้วย 1. การพัฒนาและสร้างครู ทั้งครูที่จบวิชาเอกภาษาอังกฤษ และครูที่ไม่ใช่วิชาเอกภาษาอังกฤษ รวมถึงสร้างครูรุ่นใหม่ และจัดหาครูชาวต่างชาติ/ครูเจ้าของภาษามาสอนเพื่อพัฒนาครูและนักเรียน  2. พัฒนาบุคลากรทางการศึกษา ระดับผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการโรงเรียน รวมถึงศึกษานิเทศก์ ที่ปัจจุบันจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารมากขึ้น 3. พัฒนาและส่งเสริมการใช้สื่อนวัตกรรม 4.พัฒนาหลักสูตร/การจัดการเรียนรู้โครงการพิเศษ ทั้งการพัฒนาหลักสูตร English Program (EP) Mini English Program (MEP) ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพิ่มจำนวนโรงเรียน EP และ MEP เพิ่มจำนวนห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ พัฒนาห้องเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารแบบเข้ม รวมถึงพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพสำหรับนักเรียนขยายโอกาส

ดร.กมล กล่าวต่อไปว่า สำหรับยุทธศาสตร์ที่  5. การพัฒนาระบบบริหารจัดการ 6. พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ระหว่างภาคเรียนและปิดภาคเรียน โดยเฉพาะค่ายภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องจัดอย่างน้อย 3สัปดาห์  โดยที่ผ่านมาสพฐ.ได้ทดลองจัดค่ายภาษาอังกฤษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ ดังนั้น สพฐ.จึงตั้งเป้าหมายว่า ในช่วงปิดภาคเรียน จะจัดค่ายภาษาอังกฤษ 77 ค่าย  จังหวัดละ 1ค่าย ใช้งบประมาณ 35 ล้านบาท  7. การประเมินผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน โดยเร่งพัฒนาคลังข้อสอบ จัดสอบวัดระดับความรู้ ในชั้นม. 3 และม.6 และ 8. การวิจัยเพื่อพัฒนา โดยจะนำรูปแบบประเทศที่สามารถจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษได้ประสบความ สำเร็จ มาวิจัยเพื่อพัฒนาปรับใช้กับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทย

“ขณะนี้บ้านเราเน้นสอนภาษาอังกฤษขั้นสูง คือ เรียนเหมือนกันทุกคน ทั้งที่ความจริงแล้วทุกคนไม่จำเป็นต้องเรียนเหมือนกันหมด แต่ควรจะเน้นการเรียนที่สามารถนำไปใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันได้จริง โดยรมว.ศธ. ได้เน้นย้ำว่า จากนี้ทุกสังกัดจะต้องส่งเสริม และพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะการจัดห้องเรียนอย่างเข้มข้น เพื่อเพิ่มจำนวนผู้เรียนที่เรียนภาษาอังกฤษและสามารถนำไปใช้ได้จริงให้มาก ขึ้น ไม่ใช่ให้เด็กเรียนแต่กลับไม่สามารถใช้ในการสื่อสารได้จริง”รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าว  และว่า นอกจากนั้นที่ประชุมยังมีมติตั้งคณะกรรมการจัดหาสื่ออิเล็คทรอนิกส์ ที่จะ บรรจุลงในคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ตามโครงการ 1 แท็บเล็ตต่อ 1 นักเรียน โดยคณะกรรมการฯชุดนี้จะไปดูว่าคอนเท็นต์ใดที่มีอยู่แล้ว และเรื่องใดที่ยังขาด เพื่อจะได้ดำเนินการจัดเนื้อหาสาระความรู้ต่าง ๆ มาบรรจุในแท็บเล็ตให้เกิดความสมบูรณ์และไม่ซ้ำซ้อน.

 

ที่มา : เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2556 เวลา 16:03 น

สาระสำคัญ : ศธ.เคาะ8 ยุทธศาสตร์พัฒนาภาษาอังกฤษคนไทย “จาตุรนต์” เน้นย้ำเรียนแล้วต้องสามารถสื่อสารใช้ประโยชน์ได้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศธ.เห็นชอบ 8 ยุทธศาสตร์ สพฐ.พัฒนาเรียนอังกฤษ

ศธ.เห็นชอบ 8 ยุทธศาสตร์ พัฒนาการเรียนภาษาอังกฤษของ สพฐ. เน้นสื่อสาร ใช้ประโยชน์ได้จริง และเตรียมจัดค่ายอบรมภาษา 77 ค่ายๆ ละ 1 จังหวัดทั่วประเทศ
วานนี้ (21 ต.ค.) นายกมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นนฐาน(สพฐ.)เสนอ ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ.2556-2561 ใน 8 ยุทธศาสตร์หลัก คือ

1.ยุทธศาสตร์การพัฒนาและสร้างครู ทั้งครูวิชาเอกภาษาอังกฤษ และพัฒนาครูที่ไม่ใช่วิชาเอกภาษาอังกฤษ รวมถึงสร้างครูรุ่นใหม่ และจัดหาครูชาวต่างชาติ/ครูเจ้าของภาษามาสอนเพื่อพัฒนาครูและนักเรียน
2.พัฒนาบุคลากรทางการศึกษา ระดับผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการโรงเรียน รวมถึงศึกษานิเทศก์ ที่ปัจจุบันจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารมากขึ้น
3.พัฒนาและส่งเสริมการใช้สื่อนวัตกรรม
4.พัฒนาหลักสูตร/การจัดการเรียนรู้โครงการพิเศษ ทั้งการพัฒนาหลักสูตร English Program (EP), Mini English Program (MEP) ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพิ่มจำนวนโรงเรียน EP และ MEP เพิ่มจำนวนห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ พัฒนาห้องเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารแบบเข้ม รวมถึงพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพสำหรับนักเรียนขยายโอกาส
5.ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริหารจัดการ
6.พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ระหว่างภาคเรียนและปิดภาคเรียน โดยเฉพาะค่ายภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องจัดอย่างน้อย 3 สัปดาห์ โดยที่ผ่านมา สพฐ.ได้ทดลองลงไปจัดค่ายภาษาอังกฤษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ ดังนั้น สพฐ.ตั้งเป้าว่าในช่วงปิดภาคเรียนจะจัดค่ายภาษาอังกฤษจำนวน 77ค่าย ๆ ละ 1 จังหวัด ใช้งบประมาณ 35 ล้านบาท
7.การประเมินผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน โดยเร่งพัฒนาคลังข้อสอบ จัดสอบวัดระดับความรู้ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และม.6 และ
8. การวิจัยเพื่อพัฒนา โดยจะนำรูปแบบประเทศที่สามารถจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษได้ประสบความ สำเร็จ มาวิจัยเพื่อพัฒนาปรับใช้กับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทย

“เบื้องต้นจะลงไปดูประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น สิงคโปร์, บรูไน ดารุสซาลาม, มาเลเซีย เป็นต้น ซึ่งวิธีการสอนภาษาอังกฤษใน 3 แนวทาง คือ 1 สอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 2 สอนภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน และ3 สอนภาษาอังกฤษขั้นสูง สำหรับใช้ในการเรียนต่อระดับปริญญาโท และเอก ซึ่งขณะนี้บ้านเราเน้นสอนภาษาอังกฤษขั้นสูง คือเรียนเหมือนกันทุกคน ทั้งที่ความจริงแล้วทุกคนไม่จำเป็นต้องเรียนเหมือนกันหมด แต่ควรจะเน้นการเรียนที่สามารถนำไปใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันได้จริง โดย รมว.ศึกษาธิการ เน้นย้ำว่า จากนี้ทุกสังกัดจะต้องส่งเสริม และพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะการจัดห้องเรียน Intensive อย่างเข้มข้น ให้นักเรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารมากขึ้น เพิ่มจำนวนผู้เรียนที่เรียนภาษาอังกฤษและสามารถนำไปใช้ได้จริง ๆ มากขึ้น ไม่ใช่ว่าให้เด็กเรียนแต่กลับไม่สามารถใช้ในการสื่อสารได้จริง”รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าว

 

ที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 21 ตุลาคม 2556

สาระสำคัญ : ที่ประชุม ศธ. เห็นชอบยุทธศาสตร์การปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ.2556-2561 ใน 8 ยุทธศาสตร์หลักตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นนฐาน(สพฐ.)เสนอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่ประชุม ศธ.เห็นชอบยุทธศาสตร์การเรียนการสอนอังกฤษ (22 ต.ค. 56)

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารฝ่ายการเมือง ประชุมกับผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2556 ระหว่างเวลา 8.30-12.30 น. ณ ห้องประชุมจันทรเกษม โดยได้หารือถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการสู่การปฏิบัติ ในประเด็นสำคัญต่างๆ ดังนี้

การเรียนการสอนภาษา

1) ภาษาต่างประเทศ  สพฐ.ได้นำเสนอยุทธศาสตร์การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ.2556-2561 ที่ได้วางแผนจัดทำแนวทางการพัฒนาและสร้างครู การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา การพัฒนาและส่งเสริมการใช้สื่อและนวัตกรรม การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้โครงการพิเศษ การพัฒนาระบบบริหารจัดการ การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ระหว่างภาคเรียนและปิดภาคเรียน การประเมินผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน และการวิจัยเพื่อพัฒนา

รมว.ศธ.ได้ฝากข้อคิดว่า เราต้องการผลลัพธ์แบบใด เพราะการสอนภาษาต่างประเทศหากทำแบบรดน้ำไปทั่ว ก็ไม่ค่อยได้ผล และมีความจำเป็นที่จะต้องปรับหลักสูตรการเรียนการสอนหรือการทดสอบภาษาอังกฤษของไทยกันมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะการสอนภาษาที่ควรเน้นให้สามารถสื่อสารได้ ไม่ใช่เน้นที่ Grammar ซึ่งวิธีการสอนที่สำคัญคือ จะต้องมีครูเจ้าของภาษา (Native Speakers) เข้ามาช่วยสอน มีการนำสื่อที่ทันสมัยเข้ามาช่วยเป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน และการสอนภาษาต่างประเทศให้ได้ผลมากๆ คือ ต้องเรียนแบบเข้ม (Intensive) เช่น มีการจัดค่ายภาษาในช่วงปิดเทอมที่ใช้เวลามากพอสมควร 2-4 สัปดาห์ขึ้นไป หรือจัดห้องเรียนที่เน้นการสนทนา (Conversation Class) ซึ่งหากเป็นโรงเรียนเล็กๆ ที่ไม่มีครูภาษาอังกฤษอาจจะเริ่มต้นลำบาก ดังนั้น สพฐ.ต้องมาช่วยดูแลมากขึ้น แต่โรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีครูสอนภาษาอังกฤษโดยตรง ก็ยังไม่มี Class แบบนี้มากนัก ในส่วนของอาชีวศึกษา หากเทอมสุดท้ายสามารถสอนภาษาอังกฤษอย่างเดียว หรือสอนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นในสัดส่วน 80% ก็จะทำให้สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เท่าที่จำเป็นต่อการทำงานในสถานประกอบการ เมื่อจบออกไปสามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อประโยชน์ในการทำงานได้ทันที

2) ภาษาไทย  สพฐ.ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าในโครงการสแกนนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ที่จะมีแผนดำเนินการในปีต่อๆ ไป ที่จะมีการ “เร่ง เริ่ม เสริม สร้าง” โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะมีการระดมช่วยเหลือนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ในระดับชั้นต่างๆ อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยโยงไปกับการจัดการเรียนการสอนเพื่อยกระดับผลการทดสอบ PISA ซึ่ง สพฐ.จะเป็นเจ้าภาพหลักในการยกร่างคณะกรรมการระดับนโยบาย ที่มี รมว.ศธ.เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการเพื่อขับเคลื่อนในเรื่องนี้ ที่จะต้องเชื่อมกับหลายหน่วยงาน โดย รมว.ศธ.ขอให้เร่งหารือกับ ศ.พิเศษภาวิช ทองโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการต่อไป

ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 357/2556

สาระสำคัญ : ที่ประชุม ศธ.หารือแนวทางดำเนินการตามนโยบายเกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษา

 

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

Powered by Facebook Like Button plugin for WordPress
Get Adobe Flash player